ร้อยความดี ความกตัญญูมาเป็นที่หนึ่ง

 

คอลัมน์ : to tell จากนิตยสาร TiDROD ( Vol.14 | No.51 | July - Setptember 2008 ) โดย จอมยุทธ์

 

    การบรรยายธรรมรูปแบบใหม่ กับโครงการธรรมะวาไรตี้ โครงการดีๆ ที่คุณแม่พวงผกา ของลูกๆ และพนักงานบริษัท เบนซ์อมรรัชดา ได้เป็นผู้ริเริ่มขึ้นมา ด้วยความตั้งใจที่อยากจะให้ลูกค้า บุคคลภายในบริษัทและบุคคลทั่วไป ที่สนใจสามารถเข้าหาธรรมะได้ง่ายยิ่งขึ้น ทางบริษัทฯได้มีการจัดเป็นขึ้นเป็นประจำ ทุกวันเสาร์ต้นเดือนณ อาคารเบนซ์อมรรัชดา ชั้น 6 โดยการนิมนต์ พระนักเทศน์ชื่อดังสลับหมุนเวียน มาปรุงธรรมะรสเด็ดให้ผู้เข้าฟังทุกคนได้รับประทาน อย่างเอร็ดอร่อยในแต่ละครั้ง (จะไม่ให้พูดอย่างนั้นได้อย่างไรละครั้ง ก็รอยยิ้มและเสียงหัวเราะ ที่ดังลั่นห้องประชุมในแต่ละครั้ง)

    ในโอกาสนี้ขอหยิบยกหัวข้อ ร้อยความดีความกตัญญูมาเป็นที่หนึ่ง บรรยายโดย ท่าน ว. วชิระเมธี เมื่อวันเสาร์ที่ 5 เมษายนที่ผ่านมา ก่อนอื่น ต้องขอขอบคุณแฟนพันธุ์แท้ธรรมะวาไรตี้ทุกคนที่ติดตามกันเป็นประจำ ทุกเสาร์ต้นเดือนอย่างไม่เคยห่างหาย และสำหรับผู้ที่ยังไม่เคยเข้าฟัง แต่มีความสนใจ โครงการธรรมะวาไรตี้ บริษัท เบนซ์อมร ยินดีที่จะให้การต้อนรับทุกท่านทุกคน ในทุกวันเสาร์ต้นเดือน โดยสามารถสอบถามรายละเอียดและสำรองที่นั่งล่วงหน้า ได้ที่ เบอร์โทร 02-9390055 ต่อ 304, 304 ครับ

     ดังนั้นเพื่อเป็นการไม่เสียเวลาผมขอนำผู้อ่านทุกท่านเข้าสู่การบรรยายธรรมจาก ท่าน ว. วชิระเมธี พระนักบรรยายธรรมแห่งวัดเบญจมบพิตร กับหัวข้อ ร้อยความดีความกตัญญูมาเป็นที่หนึ่ง ณ บัดนี้.........

       
   

    ขอเจริญพร คุณโยมเจ้าภาพและผู้สนใจใฝ่ธรรมะทุกๆ ท่าน วันนี้เราก็ได้เจอกันเป็นครั้งที่ 3  ก็ดีใจที่เราได้เจอกันอีกครั้งหนึ่ง อาตมาคิดว่าคนเรา
อะไรก็ไม่สำคัญเท่าเวลา การที่เรามีเวลาทำให้ทำอะไรได้หลายอย่าง ในส่วนของอายุไม่เป็นปัญหาถ้าเรามีธรรมะ เพราะถ้าเรามีธรรมะแล้วเมื่ออายุมากๆ ก็ได้ทำประโยชน์ให้กับโลกมากๆ แต่ถ้าไม่มีธรรมะแล้ว เมื่ออายุมากๆ ก็จะเป็นอันตรายต่อบ้านเมืองมากๆ  เพราะฉะนั้นแล้ว เมื่ออายุของเรามาก ก็ขอให้มากพร้อมกับประโยชน์ที่ได้ทำให้กับโลกมากๆ พูดถึงเรื่องอายุมากก็จะโยงเข้ามาถึงเรื่องที่จะพูดในวันนี้ เพราะเดือนนี้เป็นเดือนเมษายน
เป็นเดือนของความกตัญญู แล้ววันที่ 13 เมษายนนี้ก็เป็นวันครอบครัว เป็นวันกตัญญูของประเทศ ซึ่งมีน้อยคนที่จะตระนักรู้ในเรื่องนี้ เพราะฉะนั้นเมื่อถึงปีใหม่ ใครต่อใครหลายคนก็จะนึกถึงวันหยุดยาว ซึ่งปีนี้รัฐรัฐบาลให้ตั้ง 5 วัน ท่านให้เราหยุดยาวทำไมคุณโยมรู้ไหม หลายคน คิดแต่จะพักร้อน คิดแต่จะช็อปปิ้ง แต่นัยสำคัญของสงกรานต์แบบล้านนาก็คือกตัญญู  ท่านให้เราหยุดยาวช่วงสงกรานต์เพื่อให้เรากลับไปหา ผู้มีพระคุณล้นเกศล้นเกล้า ฉะนั้นวันสงกรานต์ เนื้อหาโดยชัดเจนที่สุด ก็คือวันกตัญญู แต่มีกี่คนที่นึกถึงวันสงกรานต์ในมิติกตัญญู จะมีสักกี่คนที่จะนึกถึงว่าสงกรานต์นี้เขาให้กลับบ้านนะ ให้ไปไหน ก็ให้ไปรดน้ำดำหัว นี้เหละคือสาระสำคัญของวันสงกรานต์อยู่ตรงนี้ คือคนทุกคน กลับไปหารากเหง้าของตัวเอง แล้วไปรดน้ำดำหัวผู้มีพระคุณของเรา อย่าลืมว่าน้ำทุกหยดมีต้นน้ำ คนทุกคนล้วนมีที่มา ทุกท่านทุกคนที่นั่งอยู่ในที่น ี้ก็เปรียบเสมือนตาน้ำ กว่า 90 เปอร์เซ็นต์ ที่มีต้นน้ำอยู่ต่างจังหวัด เราเป็นเหมือนตาน้ำที่ ไหลมาจากต้นน้ำของเราแล้วก็ไปเจริญเติบโตแพร่หลายให้ความชุ่มชื่นต่อผืนป่าและต้นไม้อยู่กันคนละจุดๆแต่ตาน้ำทุกตาเคยคิดถึง ต้นน้ำของตัวเองหรือไม่ เทศกาลสงกรานต์เป็นเหมือนวันที่ตาน้ำทุกตาน้ำได้หวนรำลึกถึงต้นน้ำของตัวเอง
     มีคนจำนวนมากเป็นหยดน้ำที่ไหลมาจากต่างจังหวัด พอมาอยู่กรุงเทพแล้วรากของตัวเองก็ขาดลอยจากบรรพบุรุษของตัวเองที่ต่างจังหวัด เติบโตอยู่โดยที่ไม่เชื่อมโยงอะไรกับคุณพ่อคุณแม่ ปู ย่า ตา ยาย ที่อยู่ต่างจังหวัดเลย คนอย่างนี้ภาษาพระเขาเรียกคนอกตัญญูนั้นเอง แต่ถ้าด้วยมีเหตุผลที่ต้องทำมาหากินก็ไม่เป็นไร แต่ก็ควรกลับไปดูไปมองท่านบ้าง ทุกวันนี้ที่สังคมไทยยุ่งเหยิงก็เพราะมีคนอกตัญญูอยู่มาก พอเจริญเติบโตมั่งมีศรีสุขแล้วก็ตัดขาดรากเหง้าของตัวเอง
    ดังนั้นเมื่อมีวันหยุดยาวขนาดนี้เราก็ควรได้กลับไปดูแลรากเหง้าของตัวเอง พ่อ แม่ ปู ย่า ตา ยายของเรา เพราะการที่เรามีตัวตนอยู่อย่างทุกวันนี้ก็เพราะมีพ่อ แม่เป็นปัจจัย พ่อ แม่ดีก็เพราะมีปู ย่า ตา ยายที่เป็นปัจจัยของพ่อ แม่ ต่างคนต่างก็ขึ้นต่อกันและกันเป็นทอดๆ ไม่มีใครเลยที่โดดเด่นเป็นสง่าอยู่ได้ด้วยตัวเองล้วนๆ เพราะฉะนั้นเราควรจะกตัญญูต่อสิ่งที่ทำให้เราได้ถือกำเนิดเกิดมาและได้ดำรงชีวิตอยู่อย่างมีความสุข เช่นในทุกวันนี้ มีคนจำนวนมากในทุกวันนี้บางคน เคยได้รับความช่วยเหลือเกื้อกุลจากคนอื่นครั้งแล้วครั้งเล่า เป็นเงินเป็นทองเป็นโอกาส แต่พอเชิดหน้าชูตาได้แล้วกลับถีบนั่งร้านเหล่านั้นทิ้ง นี้คือมนุษย์ ในศตวรรษของเรา รายได้สูงแต่กตัญญูต่ำ ความรู้สูงแต่คุณธรรมต่ำ
    มนุษย์ทุกคนไม่มีใครเกิดมาจากกระบอกไม่ไผ่ แต่เราเกิดมาจากพ่อ จากแม่ของเรา แต่มนุษย์จำนวนมากก็ได้พากันหลงลืมพ่อ แม่ของตัวเอง การหลงลืมพ่อ ลืมแม่นั้น มันหลงลืมกันได้หลายรูปแบบ บางคนหลงลืมโดยบอกไม่มีเวลา บางคนก็หลงลืมโดยทำเป็นไม่รู้ ไม่เห็น ไม่สนใจ นี้คือสิ่งที่น่าเสียใจ อาตมาอยากจะบอกว่า ดอกไม้ที่หอมที่สุดของคนเป็นพ่อเป็นแม่ คือ ดอกไม้ที่ชื่อว่าลูกกตัญญู ดอกไม้ที่เหม็นที่สุดของพ่อแม่ คือ ดอกไม้ที่ชื่อว่าลูกเนรคุณ คุณประสบความสำเร็จในทุกๆ ด้านแต่ไม่ประสบความสำเร็จในสาขาการเป็นลูกกตัญญู ก็ยังขึ้นชื่อว่าเป็นมนุษย์ที่ล้มเหลวอยู่ดี
    คุณโยมลองนึกดูว่าหัวอกของคนเป็นพ่อเป็นแม่นั้นรักลูกก็คือรักจนตายจากกันไปข้างหนึ่ง แต่หัวอกของคนเป็นลูกนั้นบางทีพ่อแม่ยังไม่ทันตายก็เลิกรักแล้ว
ดังนั้นท่านทั้งหลายที่เป็นลูกควรจะดูแลคุณพ่อคุณแม่ให้ดีที่สุด มั่นดูแลท่านให้ท่านรู้สึกว่าท่านภูมิใจที่สุดที่ได้เรามาเป็นลูก ที่ได้เห็นลูกของท่านเป็นอนุสาวรีย์ที่ งดงามของโลก ขณะที่เราทุกคนยังมีเวลาอยู่ช่วยกันดูแลท่าน ให้ความสุขท่านทั้งทางกายและทางใจ จะมีประโยชน์อะไรที่จะไปตอนที่ท่านตายไปแล้ว อาตมาขอฝากคำว่า ร้อยความดีความกตัญญูมาเป็นที่หนึ่ง เอาไว้เป็นคำศักดิ์สิทธิ์ในชีวิตเราท่าน ทุกท่านทุกคนไว้ในที่นี้ด้วย
    ท้ายที่สุดนี้ขออัญเชิญคุณพระศรีรัตนตรัย มารวมกันเป็นตบะเดชะ ภารวะปัจจัย อำนวยอวยชัยให้ทุกท่านทุกคนที่มีส่วนในการจัดกิจกรรมเช่นนี้ จงมีความเจริญงอกงามในร่มธรรม ในการดำเนินชีวิตประกอบไปด้วยจตุรพิธพรชัย คือ เจริญไปด้วยอายุ วรรณะ สุขะ พละ ทุกท่านทุกคนเทอญ..........

 
 Amorn Ratchada1966 All right reserved amorncare@yahoo.com, amorn@carvariety.com                                                                              sitemap